Author: mameou
• วันพุธ, กรกฎาคม 22nd, 2009

เขียนเรื่องจิตมาหลายโพสต์แล้ว ชักเบื่อ แต่จะให้เปลี่ยนเรื่อง ก็หนีไม่พ้นเรื่องจิตเรื่องใจอยู่ดี

ทำยังไงได้ ก็ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ มันสังเคราะห์ลงมาที่จิตหมดนิ

จะให้เขียนเรื่องชาวบ้านเขา วิจารหนัง วิจารละคร วิจาร software ก็รู้สึกว่ามันด้อยค่าเกินไป จะวิจารสักกี่ครั้ง ก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม มีแต่จะรังให้ทั้งคนเขียนและคนอ่าน พากันคิดงุ่นง่าน ปั่นป่วนไปทั้งยุ้ง

แค่คิดว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรดี อะไรไม่ดี ก็ระส่ำระส่าย จิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอยแล้ว

และตอนนี้ เหมี่ยวก็กำลังวิจารอยู่…

เงียบดีกว่า

Author: mameou
• วันพุธ, กรกฎาคม 22nd, 2009

อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่อ่ะ แต่ไม่ใช่แบบ

รวยที่สุดในโลก อย่าง Bill Gates…

ฉลาดที่สุดในโลก แบบ Einstein…

เป็นผู้นำวงการ… สไตล์ Father of something, e.g. Father of Economics – Adam Smith… ก็ไม่ใช่อ่ะ

จะให้เล่นบาสเก่งที่สุดในโลก แบบ Michael Jordon งี้… ก็ไม่เอาเหมือนกัน

จะเป็นนางแบบ สวยที่สุด เซ็กซี่ที่สุด แบบ Angelina Jolie… ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี

เหมี่ยวอยากจะ “ให้” อยากจะสามารถช่วยคนอื่นให้พ้นทุกข์ได้ อยากจะมีความสามารถพิเศษสามารถพูดโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นตามเรา เข้าใจในสัจธรรมอ่ะ

เฮ้ย… ไม่ใช่นะ… อย่าบอกนะ ว่าเราหวังพุทธภูมิ (ตัวเองยังไม่พ้นเลย)

แต่ยังไง เหมี่ยวก็คิดว่า สิ่งนี้คือสิ่งที่ “ยิ่งใหญ่” ที่สุดแล้ว

 | 4 Comments
Author: mameou
• วันพุธ, กรกฎาคม 22nd, 2009

เดินไปซื้อข้าวเย็น… ไม่มีอะไรเลย

เดินไปก็คิดไป ตำหนิตัวเองบ้าง กระหยิ่มกับตัวเองบ้าง เมื่อภาพต่างๆ ลอยกับผุดเข้ามาในห้วงความคิด

ทันใดนั้น ก็ได้กลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง

Instinct หรือสัญชาตญานของเหมี่ยว บอกให้หนีไปให้เร็วที่สุด

ทันใดนั้น ใจก็เริ่มบีบตัวอย่างรวดเร็ว เป็น pressure ก้อนกลมๆ หยั่งกับ dumbell หล่นตุ๊บลงบนใจ

แล้วเหมี่ยวก็คิดขึ้นได้ว่า ไม่สิ ความเกลียดก็เป็นภาวะหนึ่ง ความชอบก็เป็นเพียงภาวะหนึ่ง จะไปหนีทำไม

กลิ่นเหม็นก็เป็นเพียง fragrant ชนิดหนึ่ง จาก fragrants นับพันที่จมูกมนุษย์จะสามารถรับรู้ได้

แต่มนุษย์นี่แหละเป็นตัวการ ไป classify fragrant ต่างๆ ให้ชื่อมันว่า odor บ้าง, perfume บ้าง ไปให้ค่ามันอย่างไม่เท่าเทียม ด้วยความรู้สึกตามอำเภอใจ

เมื่อคิดว๊าบได้เช่นนี้ ใจก็ออกมาเป็นผู้รู้ผู้ดู (ไม่อินอีกต่อไป) แล้วใจ จากที่เป็นก้อนหนักๆ กลมๆ ก็คลาย สลายหายไปทันที

คิดตลกตัวเองนะ เฮ้ย กับอีแค่กลิ่นเหม็น มันทำเราได้ขนาดนี้เลย ทำเราหลงขาดสติไปตั้งหลายขณะจิต

โง่จริงๆ เรา โง่หลงงมกับสิ่งที่ไม่เป็นอะไรกับอะไร สิ่งที่ไร้ค่า หาสาระไม่ได้

แต่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้หรอก ขณะจิตต่อไปมันก็ไปหลงอีก หลงกับอย่างอื่นต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

——————————————————

แปลกดีนะ ช่วงนี้เพื่อนๆ ต่างทักว่าเหมี่ยวดูมีความสุขขึ้น

ก็จริงนะ เหมี่ยวรู้สึกสบายขึ้นมาก คุยก็เป็นธรรมชาติมากขึ้น

แล้วก็ชอบความรู้สึกนี้เอามากๆ พอช่วงไหนใจหมองลง ก็หงุดหงิดขึ้นมาทีเดียว

บ้าจริง ฮ่าๆ

เขียนมาถึงตรงนี้ก็รู้ตัวแล้วล่ะ ว่าทำผิดอีกและ

ช่างมัน ! :)

Author: mameou
• วันเสาร์, กรกฎาคม 18th, 2009

กลับมาสดชื่น มีชีวิตชีวาอีกครั้งค่ะ

เมื่อวันที่ 17 กค. 52 เหมี่ยวได้ซาบซึ้งกับคำว่า “นิพพานอยู่แล้ว”

มันเรียบง่าย สุขเหลือเกิน

สว่าง โปร่งโล่ง เบาจริงๆ

เบากว่าฌาณสี่มากหลาย ไร้น้ำหนักเลยทีเดียว

แล้ววันนี้ก็หนักอีก ซึมไปสักพัก เพราะพยายามไปต้อง ไปตั้ง ไปแก้ไขสภาวะ ไปหาเหตุหาผล ไปหาหลักการ

พอเหนื่อย เลิกหา ก็พบความเบาโล่งอีก มัน “อยู่แล้ว” ของมันจริงๆ ไม่ต้องไปทำอะไรอีกแม้แต่นิดเดียว

ตอนนี้ก็สบายค่ะ แต่ไม่สว่างโพล่งเหมือนเมื่อวาน โอเคกับทุกสิ่งทุกอย่าง

ก็รอดูต่อไปค่ะ…

Author: mameou
• วันอังคาร, กรกฎาคม 14th, 2009

พอไม่อะไรกับอะไร ก็ไม่มีอะไรจะทำ

มันเบื่อ เหลือเกิน

ไร้จุดประสงค์ของชีวิต ไม่มีจุดหมายให้ยึดเกาะ

มันเบื่อ สุดจะประมาณ

ไม่รู้จะทำอะไร เพราะอะไรก็ไม่มีความหมาย

มันว่าง… ไม่มีอะไรเลย…

Author: mameou
• วันจันทร์, กรกฎาคม 13th, 2009

อยากไปวัดร่มโพธิอีก

ธรรมะของหลวงพ่อโพธิ์ศรี ยิ่งฟังยิ่งซาบซึ้ง ยิ่งทึ่งกับความเป็นท่าน

ตอนนี้เหมี่ยวละตัวรู้ ใจเริ่มเหวงๆ อยู่กับความว่าง ก็จะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

โล่ง โปร่ง สบาย ทั้งวัน แบบไม่เคยเป็นมาก่อน จิตใสบ้าง ไม่ใสบ้าง แต่สัมผัสได้ถึงความ “สว่าง” เวลาคุยกับเพื่อนและคนใกล้ชิดที่ “สว่าง” แล้ว

ไม่อะไรกับอะไร เปิดใจออกให้โล่ง ให้ข้างนอกและข้างในเหมือนเป็นที่ๆ เดียวกัน ไม่มีกำแพงขวางกั้น (อันนี้เหมี่ยวทำเอง ท่านไม่ได้สอนด้วยคำพูดนี้) เหมือนกับว่า คนทั้งโลกอ่านใจเราได้ ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร ไม่ต้องละอายต่อความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น

คับผม

Author: mameou
• วันพุธ, กรกฎาคม 08th, 2009

แปลก แตกต่าง จากวัดอื่นๆ ที่เคยไปมาก

วัดร่มโพธิ์เหมือนเมืองลับแล หรือเมือง Utopia ที่ทุกคนพากันฝันถึงแต่ไม่เคยพบเห็น ก้าวแรกที่เหมี่ยวเหยียบเข้าเขตพื้นที่วัด เหมี่ยวรู้สึกโล่ง โปร่ง สบายอย่างฉับพลัน และยิ่งได้สัมผัส พบปะกับผู้คนในวัด ยิ่งรู้สึกแปลกใจ เพราะทุกคนที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นพระ ชี หรือคาราวาส ต่างใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สบายๆ ไม่ถือตัวหรือพิธีรีตรองใดๆ มีนิสัยชอบเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นมิตรอย่างบอกไม่ถูก สนิทใจเหมือนคนบ้านเดียวกันอย่างงั้นน่ะ

ไปอยู่วัด เหมี่ยวก็ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเช่นกัน ฟังเทศน์จากหลวงพ่อโพธิ์ศรีประจำช่วงเช้าและเย็น เวลานอกจากนั้น ก็เป็นเวลาของการเสียสละ ช่วยงานในโรงครัวบ้าง ทำงานจิปาถะบ้าง แป๊ปเดียวก็เสร็จเพราะช่วยกันทำหลายคน แล้วก็นอน ไม่ก็ไปสนทนาธรรมกับพระอาจารย์ต่างๆ ที่อาศัยในบริเวณวัด

เหมี่ยวได้พบกับพระอาจารย์ผู้ซึ่งช่วยไขข้อข้องใจต่างๆ ที่เหมี่ยวมีเกี่ยวกับคำสอนของหลวงพ่อ (เหมี่ยวไม่กล้าถามหลวงพ่อโดยตรงค่ะ อาย กลัวโดนสแกน) ซึ่งก็ได้คำตอบแบบจะๆ เพราะไม่ทันจะเอ่ยปากถาม ท่านก็เมตตาตอบเสียแล้ว หลายครั้งหลายหน เป็นที่น่าปลื้มใจและเจริญในธรรมยิ่งนัก

ตอนนี้ก็นำความเข้าใจนั้นมาระลึกในชีวิตประจำวันค่ะ ผลที่ได้รับ ณ ตอนนี้ก็คือ ความโปร่ง โล่ง สบาย แต่จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น เดี๋ยวก็คงจะปรากฎเองค่ะ

Author: pruet
• วันศุกร์, กรกฎาคม 03rd, 2009

พุทธธรรม เป็นหนังสือธรรมะที่เขียนโดยพระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) หนังสือเล่มนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นตำราทางพุทธศาสนาที่ทรงคุณค่าเล่ม หนึ่งในปัจจุบัน เทียบได้กับหนังสือคู่มือมนุษย์ หรือว่า แก่นพุทธศาสน์ของท่านพุทธทาส สำหรับหนังสือเล่มนี้จะมีสองแบบครับ คือฉบับดังเดิม และฉบับขยายความ สำหรับฉบับที่เอามาแนะนำครั้งนี้ก็เป็นฉบับดังเดิมครับ เพราะยังหาฉบับขยายความยังไม่ได้ โดยต้นฉบับก็เอามาจากเว็บไซท์นี้ แล้วผมก็เอามาตัดขอบลงเพื่อให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้น สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

more…

Author: mameou
• วันพฤหัส, กรกฎาคม 02nd, 2009

วัดร่มโพธิธรรม ตั้งอยู่จ.เลย จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือเจ้าอาวาส หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต ผู้ซึ่งเทศธรรมะได้แปลกแหวกแนว แต่จากประสบการณ์น้อยนิดที่ลองปฏิบัติตามนั้น “เวอร์ค” อย่างมหัศจรรย์ วลีเด็ดของท่านคือ “นิพพานอยู่แล้ว”

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เหมี่ยวจะเยือนวัดแห่งนี้ และก็เป็นครั้งแรกที่จะได้นั่งรถทัวร์ไปไกลถึงเลย (พูดแล้วก็เหมือนคนที่ไม่ค่อยเคยออกจากบ้าน ตื่นเต้นกับการผจญภัยเล็กน้อย) แต่ไหนๆ พูดแล้ว ก็ขอเสริมว่า เป็นครั้งแรกด้วย ที่เหมี่ยวนั่งรถเมล์ไปหมอชิตใหม่ เพื่อซื้อตั๋วล่วงหน้า (ครั้งแรกที่นั่งรถเมล์ดุ่มๆ ครั้งแรกที่ไปหมอชิตใหม่ และครั้งแรกที่ซื้อตั๋วรถทัวร์เอง)

ภูมิใจค่ะ

กะว่าจะไปนอนวัดสักสองสามคืนนะคะ

ระหว่างนี้ ก็รับฟังธรรมะของท่านได้ จาก http://www.rombodhidharma.com/ ค่ะ

Author: mameou
• วันพฤหัส, กรกฎาคม 02nd, 2009

วันนี้เจอแล้ว เจอแล้ว ตัด มันสั่นสะเทือนจนแทบจะระเบิดดังๆ ว่า “จะบ้าแล้ว”

เป็นเวลาสองอาทิตย์ที่ใจเหมี่ยวเฝ้าถวิลหา อยากพบอีกสักครั้งหนึ่ง บุคคลนั้นที่เพียงแม้ได้รู้จัก พูดคุยกันเพียงไม่ถึงชั่วโมง ก็รู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด รู้สึกคุ้นเคยเหมือนได้รู้จักกันตั้งแต่จำความได้

แล้วเหมี่ยวก็ได้เจอแล้ว เจอแล้วอีกครั้ง ตามใจปราถนา

แต่สถานการณ์มันบีบเหลือเกิน ชั่วเวลาที่เราสบตากัน แม้เป็นเวลาไม่กี่วินาที แต่ดั่งนาฬิกาทั้งโลกได้หยุดไว้เพื่อขณะนั้น ฝังตรึงใจไม่จางหาย ด้วยความเขินอาย เหมี่ยวตัดสินใจกดความรู้สึกแล้วเดินต่อไป ถึงแม้ว่าใจจะตะโกนออกไปแล้วว่า “นั่น ใช่คุณหรือเปล่า คุณคนนั้นที่ฉันเฝ้ารอ?”

กลับมาถึงห้องพัก เหมี่ยวยังจำภาพนั้นได้ไม่เว้นวาง ดวงตาของเขาถูก replay ซ้ำแล้วซ้ำอีก และนึกเสียดายที่ทำไมเราถึงไม่เข้าไปหาเขา? ทำไมถึงเดินผลักออกมาเหมือนคนแปลกหน้า? ใจอยากจะตะโกนออกไปให้ดังๆ อารมณ์ต่างๆ รุมเร้าแทบจะระเบิดออกจากห้องเล็กๆ ของหัวใจ

นึกอะไรไม่ออก เหมี่ยวหยิบคว้าหนังสือธรรมะเล่มที่ใกล้มือที่สุด หวังว่าจะช่วยบรรเทาความทุกข์ เหมี่ยวอ่านฝื้ดเดียวจบ แต่หากใจก็ประทุขึ้นมาอีก เมื่อไม่มีตัวหนังสือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว

“ช่างมัน ไม่ต้องไปอะไรกับอะไร” คำพูดของหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต ดังขึ้นในห้วงความคิด แทนที่จะผลักไสไล่ส่ง ความทุกข์ระทมที่ประดังเข้ามา เหมี่ยวลองปล่อยให้มันไหลเข้ามาสู่ใจอย่างเต็มที่

“รู้แล้วก็หยุดแค่นั้น แม่นบ่” ฝึบ! ดั่งปาฏิหารย์ ความทุกข์มะลายหายสิ้น เหลือแค่เงาๆ ที่ไม่มีพิษมีภัย หากเหมี่ยวไม่เค้นมันขึ้นมาอีก

เฮ้ย! มันเป็นไปได้! เหมี่ยวไม่อยากจะเชื่อเลย โดยปกติ อารมณ์ที่รุนแรงระดับนี้ จะทำให้เหมี่ยวทุรนทุรายได้เป็นวันๆ แต่ด้วยการ “ช่าง” มันกลับหายไปได้โดยพริบตาเดียว

บายๆ คุณคนนั้น คุณคนที่เหมี่ยวคิดว่าเป็นเนื้อคู่ของเหมี่ยว ธรรมชาติช่างเล่นตลก ส่งคุณมาในเวลาที่เหมี่ยวไม่ต้องการใคร ชาติที่แล้วเราคงทำบุญด้วยกันมาดี จึงได้รู้สึกสนิทใจเพียงรู้จักกันไม่กี่นาที

การคบกันเป็นแฟน คงจะทำให้เราได้สร้างบาปแก่กัน มากกว่าบุญเป็นแน่ หากเรามีบุญต่อกันจริง ขอให้คุณได้พบสัจธรรมพาตัวเองหลุดพ้นจากทุกข์ ดั่งที่เหมี่ยวกำลังดำเนินการอยู่เถิด