<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Serenely Think Out Loud &#187; admin</title>
	<atom:link href="http://serenely.think-out-loud.net/author/admin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://serenely.think-out-loud.net</link>
	<description>จุดสงบในห้วงความคิด</description>
	<lastBuildDate>Thu, 22 Oct 2009 07:11:57 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.5</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ตำนานทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ</title>
		<link>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 09:59:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://serenely.think-out-loud.net/?p=11</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้จะมาเล่าตำนานทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพให้ฟังครับ ใครที่เคยไปเชียงใหม่ และได้มีโอกาสได้ไปนมัสการพระบรมธาตุที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ (คนเชียงใหม่เขาว่ากันว่า คนที่มาถึงเชียงใหม่แต่ไม่ได้ไปไหว้พระธาตุ ถือว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่นะครับ ) คงจะได้ขึ้นทางถนนที่เริ่มต้นจากด้านหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่ไล่ขึ้นไปจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งความจริงยังมีเส้นทางอื่นที่ขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุได้ เช่นเส้นทางด้านหลังดอยสุเทพ แต่ว่าเส้นทางนี้คงเป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุด และยังเป็นเส้นทางที่สร้างโดยครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาอีกด้วยครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้จะมาเล่าตำนานทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพให้ฟังครับ ใครที่เคยไปเชียงใหม่ และได้มีโอกาสได้ไปนมัสการพระบรมธาตุที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ (คนเชียงใหม่เขาว่ากันว่า คนที่มาถึงเชียงใหม่แต่ไม่ได้ไปไหว้พระธาตุ ถือว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่นะครับ ) คงจะได้ขึ้นทางถนนที่เริ่มต้นจากด้านหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่ไล่ขึ้นไปจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งความจริงยังมีเส้นทางอื่นที่ขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุได้ เช่นเส้นทางด้านหลังดอยสุเทพ แต่ว่าเส้นทางนี้คงเป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุด และยังเป็นเส้นทางที่สร้างโดยครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาอีกด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไตรสิกขา : ก้าวแรกคือการรักษาศีล</title>
		<link>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 09:58:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมสนทนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศีล]]></category>
		<category><![CDATA[ศีลห้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรสิกขา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://serenely.think-out-loud.net/?p=8</guid>
		<description><![CDATA[
ดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่แล้วว่า ไตรสิกขาประกอบไปด้วยการศึกษาสามประการคือศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งพุทธศาสนิกชนก็ควรจะศึกษาไปตามลำดับ เหมือนเป็นก้าวแรก ก้าวที่สอง และก้าวที่สามไปสู่พระนิพพาน (พูดเหมือนใกล้นะ มีแค่สามก้าวเอง)
ก้าวแรกที่เราควรจะศึกษาและฝึกฝนก็คือการรักษาศีล ศีลแปลโดยตรงตัวก็แปลว่าปกติ ดังนั้นการรักษาศีลก็คือการรักษาความเป็นปกติของการเป็นมนุษย์นั่นเอง แต่ว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่าเป็นปกติละ ? เราคงไม่อาจจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคนได้ ยกตัวอย่างเช่น พระภิกษุสงฆ์ ก็คงไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติเช่นเดียวกับอุบาสกได้ ดังนั้น ศีลเองก็มีหลายระดับเช่นเดียวกัน ในตอนนี้ก็จะพูดถึงระดับพื้นฐานที่สุดก็คือศีลห้านะครับ ที่เป็นศีลสำหรับอุบาสกอุบาสิกาโดยทั่วไป
ศีลห้าหรือในบาลีก็จะเรียก ว่าเบญจศีลหรือว่าปัจจะศีลาก็จะเป็นศีลที่พุทธศาสนิกชนควรจะถือปฏิบัติไว้ เป็นพื้นฐาน บางครั้งเราจึงเรียกศีลห้าว่านิจศีล หรือว่าศีลถือควรจะรักษาไว้เป็นนิตย์นั่นเองนะครับ และเนื่องจากว่าเป็นศีลพื้นฐานสำหรับพุทธศาสนิกชน เวลาเราทำพิธีใด ๆ ก็ตาม หลังจากล่าวคำบูชาพระรัตนไตรแล้ว เราก็จะอาราธนาศีล หรือในแง่หนึ่ง ก็คือหลังจากการประกาศว่าเราเป็นพุทธศาสนิกชนโดยการกล่าวคำบูชาพระรัตนไตร แล้ว เราก็ควรจะทบทวนว่า&#8221;อะไร&#8221;คือการใช้ชีวิตแบบปกติของพุทธศาสนิกชนโดยการอารธนาศีลนั่นเอง
ศีลห้า ก็ประกอบไปด้วยข้อปฏิบัติห้าข้อนะครับ ซึ่งแต่ละข้อก็จะลงท้ายว่า เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ ถ้าแปลแบบให้พอเข้าใจก็คือ ข้าพเจ้าขอรับหลักปฏิบัติเพื่อเจตนางดเว้น นั่นก็คือการบอกตัวเองว่า อะไรที่ไม่ควรจะทำบ้าง พูดง่าย ๆ ก็คือสิ่งที่มนุษย์โดยปกติ ไม่ควรจะทำนั่นเอง ลองมาดูตัวอย่างจากศีลข้อแรกนะครับ ปาณาติปาตาเวรมณีสิกฺขาปทํสมาทิยามิ แปลออกมาก็ได้ความว่า ข้าพเจ้าขอรับหลักปฏิบัติเพื่อเจตนางดเว้นการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป ลองคิดดูง่าย ๆ นะครับว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content clear-block">
<p>ดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่แล้วว่า ไตรสิกขาประกอบไปด้วยการศึกษาสามประการคือศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งพุทธศาสนิกชนก็ควรจะศึกษาไปตามลำดับ เหมือนเป็นก้าวแรก ก้าวที่สอง และก้าวที่สามไปสู่พระนิพพาน (พูดเหมือนใกล้นะ มีแค่สามก้าวเอง)</p>
<p>ก้าวแรกที่เราควรจะศึกษาและฝึกฝนก็คือการรักษาศีล ศีลแปลโดยตรงตัวก็แปลว่าปกติ ดังนั้นการรักษาศีลก็คือการรักษาความเป็นปกติของการเป็นมนุษย์นั่นเอง แต่ว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่าเป็นปกติละ ? เราคงไม่อาจจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคนได้ ยกตัวอย่างเช่น พระภิกษุสงฆ์ ก็คงไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติเช่นเดียวกับอุบาสกได้ ดังนั้น ศีลเองก็มีหลายระดับเช่นเดียวกัน ในตอนนี้ก็จะพูดถึงระดับพื้นฐานที่สุดก็คือศีลห้านะครับ ที่เป็นศีลสำหรับอุบาสกอุบาสิกาโดยทั่วไป</p>
<p>ศีลห้าหรือในบาลีก็จะเรียก ว่าเบญจศีลหรือว่าปัจจะศีลาก็จะเป็นศีลที่พุทธศาสนิกชนควรจะถือปฏิบัติไว้ เป็นพื้นฐาน บางครั้งเราจึงเรียกศีลห้าว่านิจศีล หรือว่าศีลถือควรจะรักษาไว้เป็นนิตย์นั่นเองนะครับ และเนื่องจากว่าเป็นศีลพื้นฐานสำหรับพุทธศาสนิกชน เวลาเราทำพิธีใด ๆ ก็ตาม หลังจากล่าวคำบูชาพระรัตนไตรแล้ว เราก็จะอาราธนาศีล หรือในแง่หนึ่ง ก็คือหลังจากการประกาศว่าเราเป็นพุทธศาสนิกชนโดยการกล่าวคำบูชาพระรัตนไตร แล้ว เราก็ควรจะทบทวนว่า&#8221;อะไร&#8221;คือการใช้ชีวิตแบบปกติของพุทธศาสนิกชนโดยการอารธนาศีลนั่นเอง</p>
<p>ศีลห้า ก็ประกอบไปด้วยข้อปฏิบัติห้าข้อนะครับ ซึ่งแต่ละข้อก็จะลงท้ายว่า เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ ถ้าแปลแบบให้พอเข้าใจก็คือ ข้าพเจ้าขอรับหลักปฏิบัติเพื่อเจตนางดเว้น นั่นก็คือการบอกตัวเองว่า อะไรที่ไม่ควรจะทำบ้าง พูดง่าย ๆ ก็คือสิ่งที่มนุษย์โดยปกติ ไม่ควรจะทำนั่นเอง ลองมาดูตัวอย่างจากศีลข้อแรกนะครับ ปาณาติปาตาเวรมณีสิกฺขาปทํสมาทิยามิ แปลออกมาก็ได้ความว่า ข้าพเจ้าขอรับหลักปฏิบัติเพื่อเจตนางดเว้นการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป ลองคิดดูง่าย ๆ นะครับว่า ถ้าเราฆ่าคนอื่นหรือสัตว์อื่น เราก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแต่จะกลายเป็นยักษ์เป็นมารไป ดังนั้นถ้าเราต้องการที่จะรักษาความเป็นปกติของมนุษย์ เราก็จึงไม่ควรจะพรากเอาชีวิตสัตว์อื่น หลักการของศีลทุกข้อจะคล้าย ๆ กันกับแบบนี้นะครับก็คือ อะไรที่ทำไปแล้วจะทำให้เราไม่เป็นมนุษย์(ตามปกติที่ควรจะเป็น) เราก็ไม่ควรจะไปทำนั่นเอง</p>
<p>ตอนหน้าจะมาเล่าศีลห้าแต่ละข้อโดยละเอียดนะครับ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่จะทำให้ศีลขาด เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาศีลนะครับ (หากินไปได้อีกหลายตอน <img src='http://serenely.think-out-loud.net/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> )</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เบญจศีล-เบญจธรรม: ตอนที่ 1 ที่มาและเหตุผลของศีล</title>
		<link>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/</link>
		<comments>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Nov 2008 09:58:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศึกษาชั้นตรี]]></category>
		<category><![CDATA[วัดธรรมมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[ศีล]]></category>
		<category><![CDATA[ศีลห้า]]></category>
		<category><![CDATA[เบญจศีล-เบญจธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://serenely.think-out-loud.net/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[
คุณ lulu ได้กรุณาอธิบายความหมายของศีลห้าแต่ละข้อไปแล้ว แต่หลายท่านอาจจะยังสงสัยเหมือนที่เหมี่ยวเคยสงสัย แท้ที่จริง ศีล ก็เปรียบเสมือนกฎข้อห้าม แล้วอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ต้องบัญญัติกฎเหล่านี้ขึ้นมา ?
ถ้าศีลคือข้อห้าม ธรรมก็คือข้อควรประพฤติ การที่ได้ทราบถึงธรรม หรือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับศีล จะช่วยให้เข้าใจศีลได้มากขึ้นมากทีเดียว ดังนั้นในธรรมศึกษาชั้นตรี จึงมีวิชาเบญจศีล-เบญจธรรม เพื่อทำให้เราเข้าใจถึงศีลและที่มาของศีลเหล่านั้น ซึ่งในชั้นตรีจะศึกษาเฉพาะศีลห้า ส่วนศีลแปดและอื่นๆ จะอยู่ในหลักสูตรของชั้นโทและเอก ตามลำดับ
ตารางต่อไปนี้แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเบญจศีลและเบญจธรรม ซึ่งเหมี่ยวคิดว่าสรุปใจความสำคัญได้ดีมาก คัดลอกมาจากชีทของอ. นุชนาฏ พงษ์เวช หลักสูตรธรรมศึกษาชั้นตรี วัดธรรมมงคล

เบญจธรรมมีรายละเอียดลึกลงไปอีก แต่หัวใจของเบญจธรรมแต่ละข้อ มีดังนี้

ในตอนต่อๆ ไปจะมาเล่าถึงรายละเอียดของเบญจศีล-เบญจธรรมที่น่าสนใจ เพื่อความเข้าใจในศีลห้าที่เราปฎิบัติกันอยู่ทุกวันให้ดียิ่งขึ้นค่ะ
ปล. ใช้ Macromedia Fireworks ทำตารางแล้ว วรรณยุกต์ เช่นไม้เอกบนสระอีในคำว่า &#8220;ที่&#8221; หายไป ทำยังไงดี

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content clear-block">
<p>คุณ <a href="http://serenely.think-out-loud.net/blogs/lulu">lulu</a> ได้กรุณา<a href="http://serenely.think-out-loud.net/content/%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2-%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2">อธิบายความหมาย</a>ของศีลห้าแต่ละข้อไปแล้ว แต่หลายท่านอาจจะยังสงสัยเหมือนที่เหมี่ยวเคยสงสัย แท้ที่จริง ศีล ก็เปรียบเสมือนกฎข้อห้าม แล้วอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ต้องบัญญัติกฎเหล่านี้ขึ้นมา ?</p>
<p>ถ้าศีลคือข้อห้าม ธรรมก็คือข้อควรประพฤติ การที่ได้ทราบถึงธรรม หรือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับศีล จะช่วยให้เข้าใจศีลได้มากขึ้นมากทีเดียว ดังนั้นใน<a href="http://serenely.think-out-loud.net/content/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2">ธรรมศึกษาชั้นตรี</a> จึงมีวิชาเบญจศีล-เบญจธรรม เพื่อทำให้เราเข้าใจถึงศีลและที่มาของศีลเหล่านั้น ซึ่งในชั้นตรีจะศึกษาเฉพาะศีลห้า ส่วนศีลแปดและอื่นๆ จะอยู่ในหลักสูตรของชั้นโทและเอก ตามลำดับ</p>
<p>ตารางต่อไปนี้แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเบญจศีลและเบญจธรรม ซึ่งเหมี่ยวคิดว่าสรุปใจความสำคัญได้ดีมาก คัดลอกมาจากชีทของอ. นุชนาฏ พงษ์เวช <a href="http://samathi.com/meditation_attasa.php">หลักสูตรธรรมศึกษาชั้นตรี วัดธรรมมงคล</a></p>
<p style="text-align: center;"><a title="ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเบญจศีลและเบญจธรรม by mameou, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/26055331@N08/2537188731/"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2060/2537188731_20ac0a41a3_o.jpg" alt="ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเบญจศีลและเบญจธรรม" width="480" height="630" /></a></p>
<p style="text-align: left;">เบญจธรรมมีรายละเอียดลึกลงไปอีก แต่หัวใจของเบญจธรรมแต่ละข้อ มีดังนี้</p>
<p style="text-align: center;"><a title="หลักสำคัญในเบญจธรรมแต่ละข้อ by mameou, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/26055331@N08/2538006564/"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2175/2538006564_d892c89d30_o.jpg" alt="หลักสำคัญในเบญจธรรมแต่ละข้อ" width="700" height="550" /></a></p>
<p style="text-align: left;">ในตอนต่อๆ ไปจะมาเล่าถึงรายละเอียดของเบญจศีล-เบญจธรรมที่น่าสนใจ เพื่อความเข้าใจในศีลห้าที่เราปฎิบัติกันอยู่ทุกวันให้ดียิ่งขึ้นค่ะ</p>
<p style="text-align: left;">ปล. ใช้ Macromedia Fireworks ทำตารางแล้ว วรรณยุกต์ เช่นไม้เอกบนสระอีในคำว่า &#8220;ที่&#8221; หายไป ทำยังไงดี</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ : “จะให้เด็กอนุบาลพูดเรื่องของปรมาจารย์หรือ”</title>
		<link>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Nov 2008 09:53:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[แนะนำหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธทาส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://serenely.think-out-loud.net/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[
แป๊บ ๆ เวลาก็ผ่านไปอีกอาทิตย์ ยังไม่มีเวลามานั่งเรียบเรียงเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราว แต่พยายามรักษาสัญญาที่ให้ไว้โดยการไปหาบทความ (ของคนอื่นที่) ดี ๆ มาให้อ่านกันครับ
แวะเข้าไปที่ประชาไทยเจอบทความดี ๆ ที่เขียนโดยคุณวนิดาที่เคยตีพิมพ์ในหนังสือ ร้อยคน ร้อยธรรม 100 ปีพุทธทาส ก็เลยอยากเอามานำเสนอครับ ฉบับเต็ม ๆ ไปหาอ่านได้ที่เว็บของประชาไทยนะครับ แต่จะขออนุญาตตัดมานิดหนึ่งนะครับ
&#8230;
ก็เลยต้องมาดูว่าพุทธศาสนาสอนเรื่องความสุขเอาไว้อย่างไร สอนเรื่องความสงบ ความพอใจไว้อย่างไร บางทีเราไม่ได้ต้องการวัตถุ แต่พอใจว่าได้ช่วยคนนี้ให้เขาได้หลุดรอดปลอดพ้น เราได้ความสุข แต่พระพุทธศาสนาสอนว่าสุขแค่นี้ไม่พอนะ เพราะเมื่อไปประสบพบเห็นความยากลำบาก เราก็ทุกข์อีก พอเราช่วยเขาให้ออกจากทุกข์ไม่ได้ เราก็ทุกข์อีกแล้ว พุทธศาสนาสอนให้เห็นและให้รู้จักวิธีการออกจากความทุกข์

เรา ต้องอยู่ให้เหนือความสุขและความทุกข์ พระพุทธเจ้าสอนเรื่องอนิจจังของสรรพสิ่งไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเรายึดติดมีแต่ความทุกข์ เราจะสุขน้อยกว่าทุกข์ เพราะโลกนี้มีเรื่องที่เราไม่สามารถช่วยได้มากมายไปหมด
&#8230;
 
อย่าง ที่บอกนะครับ ใครอยากอ่านฉบับเต็ม ๆ ก็หาอ่านได้ที่ประชาไทยตามลิ้งค์ข้างบนครับ นอกจากนั้น ใครที่สนใจว่าอีก 99 บทความจะเป็นอย่างไร ก็ลองไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านนะครับ ก็หาได้ตามร้านหนังสือทั่วไปครับ (มีรูปปกให้ดู) ส่วนราคานั้นก็เล่มละ 850 ก็ตกบทความละ 8.5 บาทเอง  
 
ว่าแล้วก็เสียดายคุณวนิดานะครับ จะมีสักกี่คนที่พูดว่า  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content clear-block">
<p>แป๊บ ๆ เวลาก็ผ่านไปอีกอาทิตย์ ยังไม่มีเวลามานั่งเรียบเรียงเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราว แต่พยายามรักษาสัญญาที่ให้ไว้โดยการไปหาบทความ (ของคนอื่นที่) ดี ๆ มาให้อ่านกันครับ</p>
<p>แวะเข้าไปที่<a href="http://www.prachatai.com/">ประชาไทย</a>เจอบทความดี ๆ ที่เขียนโดยคุณ<a href="http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&amp;op=viewarticle&amp;artid=868">วนิดา</a>ที่เคยตีพิมพ์ในหนังสือ ร้อยคน ร้อยธรรม 100 ปีพุทธทาส ก็เลยอยากเอามานำเสนอครับ <a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/10526">ฉบับเต็ม ๆ ไปหาอ่านได้ที่เว็บของประชาไทยนะครับ</a> แต่จะขออนุญาตตัดมานิดหนึ่งนะครับ</p>
<p><em>&#8230;</em></p>
<p class="MsoNormal"><em>ก็เลยต้องมาดูว่าพุทธศาสนาสอนเรื่องความสุขเอาไว้อย่างไร สอนเรื่องความสงบ ความพอใจไว้อย่างไร บางทีเราไม่ได้ต้องการวัตถุ แต่พอใจว่าได้ช่วยคนนี้ให้เขาได้หลุดรอดปลอดพ้น เราได้ความสุข แต่พระพุทธศาสนาสอนว่าสุขแค่นี้ไม่พอนะ เพราะเมื่อไปประสบพบเห็นความยากลำบาก เราก็ทุกข์อีก พอเราช่วยเขาให้ออกจากทุกข์ไม่ได้ เราก็ทุกข์อีกแล้ว พุทธศาสนาสอนให้เห็นและให้รู้จักวิธีการออกจากความทุกข์</em></p>
<p class="MsoNormal"><em></em></p>
<p class="MsoNormal"><em>เรา ต้องอยู่ให้เหนือความสุขและความทุกข์ พระพุทธเจ้าสอนเรื่องอนิจจังของสรรพสิ่งไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเรายึดติดมีแต่ความทุกข์ เราจะสุขน้อยกว่าทุกข์ เพราะโลกนี้มีเรื่องที่เราไม่สามารถช่วยได้มากมายไปหมด</em></p>
<p class="MsoNormal"><em>&#8230;</em></p>
<p class="MsoNormal"> </p>
<p class="MsoNormal">อย่าง ที่บอกนะครับ ใครอยากอ่านฉบับเต็ม ๆ ก็หาอ่านได้ที่ประชาไทยตามลิ้งค์ข้างบนครับ นอกจากนั้น ใครที่สนใจว่าอีก 99 บทความจะเป็นอย่างไร ก็ลองไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านนะครับ ก็หาได้ตามร้านหนังสือทั่วไปครับ (<a href="http://gotoknow.org/blog/ariyachon/37864">มีรูปปกให้ดู</a>) ส่วนราคานั้นก็เล่มละ 850 ก็ตกบทความละ 8.5 บาทเอง <img src='http://serenely.think-out-loud.net/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p class="MsoNormal"> </p>
<p class="MsoNormal">ว่าแล้วก็เสียดายคุณวนิดานะครับ จะมีสักกี่คนที่พูดว่า  &#8220;พอเราช่วยเขาให้ออกจากทุกข์ไม่ได้ เราก็ทุกข์อีกแล้ว&#8221; ให้เราฟังแล้วเราไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจนะครับ แต่ก็อย่างว่า ใครจะหนีความตายพ้น ก็ขอปิดท้ายด้วย<a href="http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=10&amp;A=1888&amp;Z=3915">มหาปรินิพานสูตร</a>นะครับ</p>
<p class="MsoNormal"><em></em></p>
<p><em>ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนพวกเธอว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดาพวกเธอจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด ฯ             นี้เป็นพระปัจฉิมวาจาของพระตถาคต ฯ</em></p>
<p class="MsoNormal"> </p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://serenely.think-out-loud.net/2008/11/%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
