Author: pruet
• วันเสาร์, พฤศจิกายน 22nd, 2008

แนวคิดสำคัญอันหนึ่งของพุทธศาสนาคือไตรลักษณ์ หรือสิ่งสามัญของสังขารทั้งปวง สังขารในที่นี้ไม่ใช่อายุนะครับ แต่หมายถึงร่างกาย สสาร สิ่งต่าง ๆ ที่จิตใจเราปรุงแต่งขึ้นมาจากธาตุ 4 ไตรลักษณ์หรือว่าลักษณะทั้งสามกล่าวว่า สังขารทั้งปวงนั้นไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ และสังขารทั้งปวงไม่มีตัวตนอยู่ พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าเมื่อใดที่เรามองเห็นไตรลักษณ์ในสังขารทั้งปวง เมื่อนั้นเราจะสามารถหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งหลายได้

ฟังแบบนี้อาจจะนึกไม่ออกว่ามันจะเป็นได้อย่างไร ลองยกตัวอย่างว่าสังขารของตัวเราเหมือนหินก่อนหนึ่ง ส่วนทุกข์ สุข หรือว่าอะไรต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตก็เหมือนกับสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกโยนเข้ามายังหินนั้น ถ้าเป็นทุกข์ ก็อาจจะเป็นไข่เน่า แต่ถ้าเป็นสุขก็อาจจะเป็นดอกไม้ ว่าแบบนั้นก็ได้ครับ และถ้าเป็นทุกข์ที่เราสร้างเอง ก็เหมือนเราโยนสิ่งต่าง ๆ เข้าหาตัวเราเอง แต่ถ้าเป็นทุกข์ที่คนอื่นนำมา ก็เหมือนสิ่งต่าง ๆ ที่คนอื่นโยนเข้ามา ทีนี้ ปัญหาคือ ทำอย่างไรถึงจะไม่ให้มีทุกข์? (หรือดีกว่านั้นคือไม่มีสุข(ชั่วคราว)ด้วยเลย) วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ หยุดโยนความทุกข์ทั้งหลายเข้าใส่ตัวเอง พูดง่าย ๆ ก็คือหยุดหาเรื่องใส่ตัวนั้นเอง แค่นี้ความทุกข์ก็จะไม่กล้ำกลายเราได้ แต่เราไปห้ามคนอื่นไม่ได้นิครับ เราอยู่ของเราดี ๆ อาจจะโดนความทุกข์ที่คนอื่นโยนเข้ามาก็ได้

แล้วมีวิธีการอะไรที่จะหยุดความทุกข์แบบถาวรมั้ย วิธีการหนึ่งที่พระพุทธเจ้าสอนก็คือ ก็เอาหินก้อนนั้นออกไปเสียซิ เมื่อไม่มีก้อนหิน ก็ย่อมไม่มีอะไรที่จะให้ถูกกระทบ ไม่ว่าใครจะโยนอะไรเข้ามา มันก็วิ่งผ่านไป เหมือนความทุกข์ที่วิ่งเข้ามาในชีวิต เราก็รับรู้ว่า โอ้ ความทุกข์เข้ามาแล้ว และความทุกข์มันกำลังจะผ่านออกไปแล้ว  เราหยุดความทุกข์ ความโศก ความเศร้า ที่จะวิ่งเข้ามาในชีวิตเราไม่ได้นะครับ แต่เราปล่อยให้มันผ่านไปได้

แล้วทำอย่างไรถึงจะเอาหินออกไปได้ละ จริง ๆ พระพุทธเจ้าก็ทรงสอนไว้นะครับ ผ่านทางไตรสิกขา (ศีล = ลดความทุกข์ที่จะเข้ามา, สมาธิ = ตระหนักรู้อยู่ตลอดเวลาว่าหินอยู่ตรงไหน และอะไรที่เข้ามากระทบหินบ้าง, ปัญญา = เอาหินออกไปเสีย) แต่มีวิธีการง่าย ๆ วิธีหนึ่งครับ คือการลืม”ฉัน” นั่นเอง ลองดูตัวอย่างนะครับ สมมุติว่าเราหิวข้าว เราคงคิดในใจว่า “ฉันหิว” นั่นแหละครับตัว”ฉัน”มันโผล่ขึ้นมาแล้ว ก็ให้ตั้งสติไว้แล้วก็ลืม”ฉัน”ไปซะ ให้เหลือแค่”หิว” ให้รับรู้ว่าเกิดอารมณ์หิวขึ้นมาแล้วนะ ส่วนจะไปกินข้าวให้หายหิวก็ทำไป สิ่งสำคัญคือ ให้ลืม”ฉัน”ไปเสียให้ได้ ลองอีกตัวอย่างครับ สมมุติมีคนมาทำให้โกรธ เราคงคิดในใจว่า”ฉันโกรธแล้วนะ” นั่นแหละครับ ตัว”ฉัน”มันโผล่ขึ้นมาแล้ว ก็ให้ลืมมันไปซะ ให้รับรู้แค่ว่าความโกรธมันโผล่ขึ้นมาแล้ว มีคนโยนความโกรธเข้ามาแล้ว แต่ตัวฉันมันหายไปแล้วนิ ก็ปล่อยให้ความโกรธมันลอยผ่านหายไป เพราะไม่มีตัว”ฉัน”ให้มากระทบแล้ว

เมื่อใดที่เราลืม”ฉัน”ได้จนถึงขั้น ไม่มีฉันอยู่ เมื่อนั้นก็จะไม่มีเธอ ไม่มีใคร ไม่มีอะไรที่จะมาปรุงแต่งได้อีก ไม่มีอะไรให้ยึดมั่นถือมั่นอีก เมื่อนั้นเราก็คงใกล้ที่จะเข้าใจในสิ่งที่พระพุทธเจ้าบอกว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงประกอบไปด้วยลักษณะทั้งสาม

ขึ้นต้นด้วยเพลง ขอจบด้วยนิทานละกันนะครับ คัดลอกจากเว็บไซท์ของมิตรสหายคนหนึ่งที่ขอนแก่น

—————————————

หลวงพ่อตันซัน เป็นพระเซ็นที่มีความแตกฉานมาก ท่านมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 100 ปีมานี่เอง ท่านเป็นอาจารย์สอนวิชาปรัชญาในมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลในโตเกียวด้วยวันหนึ่ง ท่านได้ชวนท่านเอกิโด เพื่อนพระภิกษุซึ่งเคร่งครัดหยุมหยิมในระเบียบแบบแผนต่างๆ ออกเดินธุดงค์ ระหว่างทาง พอมาถึงที่ต่ำเป็นแอ่งมีโคลนเฉอะแฉะ จะเดินอ้อมก็ไม่ได้ ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวเสียสวยงาม กำลังเก้ๆ กังๆ พยายามจะเดินข้ามตรงที่แฉะ แต่ไม่กล้า เพราะกลัวเครื่องแต่งกายที่งดงามจะเปรอะเปื้อน ก่อนที่ท่านเอกิโดจะแปลกใจที่มีหญิงสาวแต่งตัวเสียสวยงามมาเดินอยู่ในป่าคน เดียว ก็ต้องตกตะลึง เพราะเห็นท่านตันซันก้าวเดินสวบๆ เข้าไปหาหญิงผู้นั้น แล้วช้อนร่างอุ้มเดินข้ามแอ่งโคลนไป พอพ้นก็วางลงเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสองเดินทางต่อไปโดยไม่ได้ปริปาก พูดจากัน จนกระทั่งถึงเวลาหยุดพักค่ำวันนั้น เมื่อจัดเตรียมที่พักแล้ว ท่านเอกิโดก็หลุดปากออกมาอย่างกลั้นใจจะไม่พูดไม่ไหว เป็นเชิงสั่งสอนท่านตันซัน ว่า

“พวกเราเป็นพระ น่าจะไม่เข้าใกล้ผู้หญิงจะดีกว่า ยิ่งแตะเนื้อต้องตัวด้วยแล้วยิ่งไม่ถูกต้อง ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้น ?”

“ผมวางเด็กสาวคนนั้นลงไปตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว ท่านยังจะมาแบกเอาไว้จนถึงเดี๋ยวนี้อยู่อีกหรือ” หลวงพ่อตันซันโปรดเพื่อนท่าน

โดนย้อนเพียงเท่านี้ ท่านเอกิโดก็สว่างโพลงขึ้นทันที ตัวท่านก้าวพ้นตมมาเมื่อเช้านี้ แต่จิตของท่านเพิ่งจะมาข้ามพ้นในขณะนั้นนั่นเอง

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
Leave a Reply